“เป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาวและแปรรูปแร่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าหลัก คือ ปูนขาว หรือ แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide) และแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide บริษัทมีโรงงานผลิต จำนวน 4 โรงงาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
หากต้องการอ่าน "นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี" ของบริษัทฯ ฉบับเต็ม ท่านสามารถโหลดไฟล์จากลิงก์ด้านล่างนี้
ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยทั้งภายในและภายนอกซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน การปรับเปลี่ยนเพื่อเร่งพัฒนาสร้างศักยภาพเพื่อก้าวทันในการจัดการกับความเสี่ยงซึ่งเป็นอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจโดยนำกรอบการทำงานตามแนวทางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมาปรับใช้สำหรับองค์กรเพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้มีรากฐานที่แข็งแรง
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนและได้ปรับใช้แนวทางตามเกณฑ์การประเมินด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และกรอบนโยบายตามความคาดหวังของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลักเพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติในการกำหนดทิศทางการพัฒนาขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสีย โดย “กรอบนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อและสังคม” มีดังนี้

“เราจะร่วมทำให้โลกดีขึ้น”
E1. การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
E2. การใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ
E3. การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ
E4. ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์
E5. การบริหารความเสี่ยงจากการใช้น้ำ
E6. ความหลากหลายทางชีวภาพ
S1. การเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
S2. การพัฒนาศักยภาพพนักงาน
S3. การจูงใจและการรักษาพนักงาน
S4. สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
S5. การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม
S6. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
G1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี
G2. จรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริต
G3. การระบุประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของธุรกิจ
G4. การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง และภาวะวิกฤต
G5. การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
G6. การบริหารคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ และการสื่อสารการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบ
G7. การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
G8. การดำเนินการภาษีอากร
G9. นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม หรือสิ่งแวดล้อม
G10. ระบบความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ
G11. การลงทุนอย่างปลอดภัย การบริหารจัดการทรัพยากร การบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
G12. การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ผลประกอบการ และการเติบโต
การกำกับกิจการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่บุคลากรภายในองค์กรทุกระดับควรตระหนักและให้ความสำคัญเพื่อให้การบริหารงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใส ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ตลอดจนสร้างความเข็มแข็งและส่งเสริมธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน
การปฎิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจและความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล จึงมีการกำหนดจรรยาบรรณเพื่อให้ครอบคลุมนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญ มีกระบวนการติดตามให้เกิดการปฏิบัติ และจัดการหรือส่งเสริมให้มีการอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อให้บุคลากมีความรู้และเข้าใจเพื่อสามารถนำแนวทางไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
ประเด็นสำคัญทางธุรกิจ หมายถึง ประเด็นความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสังคม ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร และผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และการสร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้นขององค์กรทั้งในปัจจุบัน และอนาคต การประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ และการสื่อสารถึงกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อประเด็นดังกล่าวจะช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรรับทราบถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่กิจการ และเป็นส่วนสนับสนุนให้ธุรกิจยั่งยืน
นอกจากระบบการควบคุมภายในเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งควรได้ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการควบคุมภายในอย่างระบบเป็นรูปธรรมที่ทำให้เชื่อมั่นได้อย่างสมเหตุสมผลว่ารายงานข้อมูลทางการเงินของบริษัทเป็นไปอย่างครบถ้วน ถูกต้อง โปร่งใส ทันเวลา และสามารถตรวจสอบได้เมื่อมีข้อสงสัย และกระบวนการบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤตเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนเพื่อดำเนินธุรกิจในระยะยาว สร้างความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน โดยนโยบายและแนวทางการบริหารความเสี่ยงมีความชัดเจน มีการกำหนดผู้รับผิดชอบด้านการจัดการความเสี่ยงที่สามารถสนับสนุนให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นไปอย่างได้ประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีจะส่งเสริมให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการเกิดความภักดีต่อสินค้าและบริการที่ บริษัทส่งมอบ และทำให้บริษัทสามารถรักษาและขยายฐานลูกค้าได้ในระยะยาว
กระบวนการจัดการเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้คุณภาพและมีความปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับบริษัทในภาคอุตสาหกรรมโดยผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทจัดอยู่ในหมวดเคมีภัณฑ์พื้นฐานซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นการบริหารจัดการเพื่อรักษาสินค้าให้มีคุณภาพ รวมถึงการบริการด้านการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เพื่อให้การจัดส่งถึงลูกค้าและการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ได้อย่างความปลอดภัย ซึ่งการควบคุมให้ทุกกระบวนการได้มาตรฐานคุณภาพตลอดวงจรจนสินค้าส่งถึงลูกค้าและถูกนำไปใช้ได้อย่างมีความปลอดภัยถือเป็นความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และบริการ อันจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นต่อชื่อเสียงขององค์กร และรักษาความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้การทำการตลาดเป็นไปอย่างได้ประสิทธิภาพและเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยการเพิ่มช่องทางและจัดให้มีทีมบุคลากรเพื่อสื่อสารและให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและการใช้งานของผลิตภัณฑ์และทีมผู้รับผิดชอบทางการตลาด การขาย ทีมพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจ และสามารถให้ข้อมูลที่สำคัญเพื่อประกอบในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับกระบวนการผลิตของลูกค้า และทีมโลจิสติกส์ที่จะพิจารณาเลือกประเภทรถขนส่งเพื่อให้บริการลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม
“นโยบายคุณภาพของบริษัท” มีดังนี้
“ระบบมีมาตรฐาน พนักงานมีความรับผิดชอบ ส่งมอบผลิตภัณฑ์มีคุณภาพตรงความต้องการของลูกค้า โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) สามารถดำเนินการให้บรรลุนโยบายคุณภาพดังกล่าวได้ดังต่อไปนี้
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) มีความมั่นใจที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า โดยกำหนดวัตถุประสงค์คุณภาพรวม (Quality Objective) ของบริษัทไว้ ดังนี้
การดำเนินธุรกิจของบริษัทต้องอาศัยวัตถุดิบ อุปกรณ์ และการสนับสนุนการบริการจากคู่ค้าในธุรกิจ บริษัทอาจได้รับความเสี่ยงด้านชื่อเสี่ยงขององค์กรหากคู่ค้าของบริษัทไม่ให้ความสำคัญหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย หรือขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน บริษัทจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งประเด็นด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงการวางกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างในการลดต้นทุนและควบคุมระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดส่งสินค้าหรือบริการเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
การจ่ายภาษีอย่างถูกต้องและครบถ้วนในประเทศที่บริษัทมีการดำเนินธุรกิจถือเป็นข้อกำหนดและความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติด้านการจ่ายภาษี และประเด็นในการจ่ายภาษีจะเป็นที่ได้รับความสนใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม หากมีการดำเนินการไม่สอดคล้องอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทได้ ข้อมูลการจ่ายภาษีจึงควรมีการเปิดเผยนโยบายทางภาษีที่เหมาะสม รวมถึงอัตราภาษีที่จ่ายจริงเพื่อแสดงถึงความโปร่งใสต่อแนวทางปฏิบัติในการจ่ายภาษีขององค์กร
อัตราภาษีที่จ่ายจริง (Effective Tax Rate) หมายถึง ร้อยละอัตราภาษีเงินได้ที่บริษัทจ่ายให้รัฐ โดยคำนวนจาก
( ภาษีเงินได้ที่จ่ายจริง x 100 )
กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษี
“นวัตกรรม” คือ การสร้างสรรค์เชิงบวกเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงสินค้า บริการ กระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน ทั้งที่เป็นเรื่องใหม่ การพัฒนาต่อยอด หรือปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดีขึ้น
“นวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม” คือ ผลลัพธ์จากการมีนวัตกรรมที่นอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจในเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังสร้างคุณค่าต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม
ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องด้านการเงินและบริการ และเทคโนโลยีที่มีการใช้ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรอย่างมีนัยสำคัญ และขณะเดียวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงหากไม่มีการจัดการด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
การจัดสรรและจัดการทรัพยกรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยคำนึงถึงผลกระทบและการพัฒนาตลอดสายตามห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการในการใช้ประโยชน์สินทรัพย์อย่างคุ้มค่า เพื่อส่งเสริมและเป็นฐานอุตสาหกรรมที่มั่นคงในการเชื่อมโยงธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในการบริหารจัดการทรัพยากร และการจัดการสินทรัพย์เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสูญเสีย ขจัดการสูญเปล่า และป้องกันโอกาสในการเกิดการด้อยค่า การสูญหาย เป็นพื้นฐานที่ควรมีการจัดการและกำกับรวมถึงรายการเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม
การสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนซึ่งคณะกรรมการมีการกำกับดูแลกิจการให้นำไปสู่ผล (Governance outcome) เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของธุรกิจที่จะเป็นฐานรองรับต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การรักษาเสถียรภาพด้านการเงินและความสามารถในการทำกำไรรวมถึงความสามารถแข่งขันได้จึงเป็นปัจจัยรากฐานที่สำคัญ
การกำหนดให้มีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรเพื่อช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนการดำเนินงานและจัดเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรได้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ซึ่งบริษักำหนดนโยบายในการดำเนินการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองการจัดการตาม ISO 14001 เพื่อให้การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงและรายจ่ายที่อาจเกิดจากการละเมิดหรือผลกระทบจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
“นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท” มีดังนี้
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจ การผลิตและจำหน่ายสินค้าแคลเซียมออกไซด์, แคลเซียมไฮดรอกไซด์ และแคลเซียมคาร์บอเนตอย่างมีคุณภาพตามความต้องการของลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงมีความมุ่งมั่นในการสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานทุกคน รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในนามขององค์กรให้มีความตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมป้องกัน และเสริมสร้างกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ต้องสอดคล้องและเป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้าทางด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงเจตนารมณ์ดังกล่าว
บริษัทฯ จึงได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้
นโยบายนี้จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร และถ่ายทอดให้แก่พนักงานทุกคนและผู้ปฏิบัติงานในนามขององค์กร เพื่อนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้
2.มีการกำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อจัดการดูแลการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงกระบวนการที่ใช้ในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร
ด้วยกระบวนการในการผลิตหินปูน และปูนขาว รวมถึงกระบวนการโม่ บด ย่อยหินปูน และการบดปูนขาว รวมถึงแคลเซียมคาร์บอเนต มีกระบวนการที่เป็นแหล่งก่อกำหนดของฝุ่น ควัน และก๊าซซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นมลพิษด้านฝุ่น และส่งผลต่อคุณภาพอากาศเพื่อควบคุม ลด และบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการจึงกำหนดนโยบายและวางแนวปฏิบัติเพื่อลดผลกระทบและดำเนินมาตรการในการควบคุมมิให้เกิดผลกระทบหรือปัญหาจากฝุ่นจากกระบวนการส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
บริษัท กำหนดแนวดำเนินการในการบริหารจัดการ ดังนี้
มาตรการการดำเนินงานการควบคุมฝุ่นและก๊าซ


มาตรการการดำเนินงานควบคุมผลกระทบด้านเสียงจากกระบวนการผลิต:
ในกระบวนการผลิต จะมีจุดที่ก่อให้เกิดเสียง ได้แก่ ระบบการทำงานของพัดลมขนาดใหญ่ (Blower System) ซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ในอาคารผนังคอนกรีตระบบปิด และในระบบที่ก่อให้เกิดเสียงอื่น ๆ จะไม่ใช่เครื่องจักรกลหนัก รวมถึงอุปกรณ์การควบคุมในกระบวนการมีการติดตั้งอุปกรณ์ในการควบคุมเพื่อลดผลกระทบมลภาวะด้านเสียงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมมลภาวะด้านเสียง
มาตรการการดำเนินงานในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งและควบคุมโดยไม่มีการระบายน้ำออกนอกบริเวณโรงงาน:
การใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิต:
การฉีดน้ำล้างหินก่อนส่งเข้ากระบวนการเผาในเตา
ระบบการใช้น้ำ:
กากตะกอนในบ่อน้ำ:
การตรวจติดตามคุณภาพน้ำทิ้ง:
การดำเนินการตรวจวัดโดยมีค่าผลที่ได้จากการตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ยกเว้นค่า pH โดยค่าความเป็นกรดด่าง (pH), มีค่ามาตรฐานอยู่ระหว่าง 5.5 – 9.0
หมายเหตุ:
คุณสมบัติของน้ำที่ผ่านการใช้ในระบบของบริษัทจากการตรวจสภาพได้ค่า pH อยู่ระหว่าง 11-13 ซึ่งเป็นคุณสมบัติความเป็นด่างสูง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ปูนขาวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในกระบวนการที่มีการใช้น้ำ โดยน้ำที่ผ่านในกระบวนการจะมีคุณสมบัติความเป็นด่างสูงเมื่อมีการใช้น้ำซึ่งเป็นระบบหมุนเวียนภายในกระบวนการผลิตคุณภาพน้ำที่ตรวจวัดได้จึงมีค่าความเป็นด่างสูง แต่เนื่องจากระบบน้ำทิ้งภายในโรงงานเป็นระบบการใช้น้ำหมุนเวียนภายในไม่มีการระบายออกสู่สาธารณะ จึงไม่ส่งผลกระทบภายนอก
การจัดการควบคุมผลกระทบด้านอุณหภูมิและความร้อนจากกระบวนการผลิต
ความร้อนในกระบวนการผลิตตามวิธีการเผาจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวกับความร้อนแต่อย่างใดเนื่องจากระบบเตาเป็นระบบปิดและมีฉนวนอิฐสำหรับป้องกันความร้อนไม่ให้เกิดการรั่วไหลออกจากเตา และการควบคุมในจุดที่อาจส่งผลกระทบโดยมีการตรวจวัดค่าอุณหภูมิความร้อนในบริเวณที่อาจส่งผลกระทบ
นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมกระบวนการทำงานของเครื่องจักรด้วยระบบ PLC และVisualization ที่สามารถกำหนดค่าพามิเตอร์ในการควบคุมกระบวนการทำงานของเครื่องจักรด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อควบคุมกระบวนการเผาไหม้และการสันดาป (Combustion) ในกระบวนการเตาเผาปูนขาว โดยสามารถกำหนดค่าควบคุมปริมาณออกซิเจนและอุณหภูมิให้มีปริมาณเพียงพอต่อกระบวนการเผาไหม้โดยระบบจะทำการควบคุมและลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หลังจากการเผาหินปูนด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 900 องศาเซลเซียส (CaCO3+Heat=CaO+SO2)

การบริหารจัดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นการลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งทรัพยากรหลักที่สำคัญ เช่น หินปูน ไฟฟ้า เชื้อเพลิง พลังงาน และน้ำ ซึ่งทรัพยากรส่วนใหญ่มีแหล่งที่มาจากธรรมชาติ บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมุ่งบริหารจัดการนำทรัพยากร เชื้อเพลิง พลังงาน และน้ำ เพื่อใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด หรือการบริหารเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานได้อย่างคุ้มค่า และลดการก่อขยะและเศษซากจากกระบวนการ และ/หรือสามารถนำเศษซากจากกระบวนการสร้างให้เกิดมูลค่า และ/หรือ บริหารจัดการเพื่อประโยชน์ต่อองค์กร และ/หรือต่อชุมชน สังคม รวมไปถึงมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและบริหารความเสี่ยงในการใช้ทรัพยากรเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทุกภาคอุตสาหกรรมในระดับต่าง ๆ และกลายเป็น กระแสในการตั้งเป้าหมายต่อการพัฒนาขับเคลื่อนและการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดจากหน่วยงานกำกับและสถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโอกาสหรือความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจซึ่งต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และแผนการรับมือรวมถึงดำเนินการกับสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรและธุรกิจ
การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญด้วยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของประชากรโลกในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริการนับวัตถุดิบที่มีการนำไปใช้ในบางอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งการป้องกันความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างโอกาสทางการตลาดและลดความเสี่ยงทางการตลาดในระดับผลิตภัณฑ์ การบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยกำหนดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและสามารถจัดการการใช้ทรัพยากรให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
– ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาสามารถลดการใช้ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
“น้ำ” เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ การจัดการแหล่งน้ำจืดที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการใช้ในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องพิจารณาและกำหนดแนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำ และควบคุมผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องใช้แหล่งน้ำเดียวกันให้น้อยที่สุดเพื่อมิให้การใช้น้ำจากแหล่งน้ำของบริษัทส่งผลกระทบภายในชุมชนหรือพื้นที่ตั้งของสถานประกอบการทางธุรกิจ
3.มีการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำโดยกำหนดความถี่ในการประเมินความเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนแปลงปริมาณ หรือคุณภาพน้ำที่สามารถใช้ได้ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด ความขัดแย้งกับผู้มีส่วนได้เสีย ราคาน้ำ เป็นต้น
กิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มทรัพยากรและอาศัยทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการผลิตซึ่งในพื้นที่ในการประกอบธุรกิจอาจส่ง และ/หรือสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้ซึ่งบริษัทควรมีการบริหารจัดการเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อกำหนดที่สามารถต่ออายุใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจรวมถึงการป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียง โดยกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องตามแนวทางการรักษาระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพ
ความคาดหวังจากประชาคมโลกให้ธุรกิจดำเนินการโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนโดยกำหนดแนวทางในการลดผลกระทบทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ โดยกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนอย่างครอบคลุมและการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ การมีแนวปฏิบัติต่อพนักงาน หรือแรงงานอย่างเป็นธรรม และการมีมาตรการสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ซึ่งการดำเนินการพัฒนาขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษชนให้เห็นผลและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเป็นการตอบสนองต่อความคาดหวังและการแสดงความรับผิดชอบในฐานะองค์กรที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตามแนวทางที่สอดคล้องในการพัฒนาธุรกิจยั่งยืนและตามหลักสิทธิมนุษยชน
พนักงานที่มีศักยภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่บริษัทกำหนด รวมถึงเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลิตผลและการสร้างโอกาสด้านนวัตกรรมทางธุรกิจรวมถึงโอกาสทางธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพให้แก่พนักงานเป็นอีกวิธีหนึ่งในการจูงใจให้บุคลากรอยากร่วมงานหรือเข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรไปพร้อมกัน
การจูงใจและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพ จะสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและมีโอกาสประสบความสำเร็จตามกลยุทธ์ที่องค์กรกำหนด แนวทางการจูงใจและรักษาพนักงานจะพิจารณาถึงกรอบการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการทั้งในระยะสั้น และระยะยาวตามความเหมาะสมกับผลการดำเนินงานของพนักงานในทุกระดับทั่วทั้งองค์กร
สุขภาวะและความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นประเด็นความยั่งยืนที่บริษัทให้สำคัญเพื่อสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม โดยบริษัทมีการดำเนินการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยโดยใช้มาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยและได้รับการรับรองการจัดการตามมาตรฐาน ISO 45001 และมีการตั้งเป้าในการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์ ด้วยตระหนักถึงผลกระทบความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าวหากเกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญอาจกระทบต่อชื่อเสียง และหากสามารถจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีจะเสริมสร้างระบบและกระบวนการทำงานได้อย่างปลอดภัยให้กับพนักงานซึ่งเป็นการประกันสภาพการทำงานที่พนักงานสามารถทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นปัจจัยสำคัญต่อระดับความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร
นโยบายการดำเนินการด้านความปลอดภัยด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ของบริษัท มีดังนี้
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าแคลเซียมออกไซด์, แคลเซียมไฮดรอกไซด์ และแคลเซียมคาร์บอเนตอย่างมีคุณภาพตามความต้องการของลูกค้า ควบคู่ไปกับการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยภายใต้ความมุ่งมั่น ดังนี้
ทั้งนี้บริษัทฯ พร้อมสนับสนุนทรัพยากรบุคลากร เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญในการให้คำปรึกษาและการมีส่วนร่วมกับผู้ปฏิบัติงานหรือตัวแทนผู้ปฏิบัติงาน นโยบายฯนี้จะขยายผลไปยังพนักงานทุกคน ทุกระดับ และพร้อมเผยแพร่สู่สาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
การวางแนวให้การสนับสนุนและ/หรือการให้ความร่วมมือที่ดีกับภาคประชาสังคม ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานภาครัฐ โดยการเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมให้ความร่วมมือ ร่วมกิจกรรมของภาคชุมชม สังคม และหน่วยงานท้องถิ่นทำให้การเข้าถึงการสำรวจรับทราบข้อมูลความเห็นหรือข้อกังวลเพื่อนำไปสู่การดำเนินการตอบสนองต่อความคาดหวัง อันจะนำมาซึ่งการสร้างให้เกิดมวลชนสัมพันธ์ที่ดีเพื่อลดข้อขัดแย้งหรือความเสี่ยงที่สามารถกระทบต่อชื่อเสียง และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนเพื่อให้การดำเนินธุรกิจดำเนินการได้อย่างราบรื่นโดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากภาคประชาสังคม ชุมชน ตลอดรวมถึงหน่วยงานภาครัฐ
ข้อมูลประกอบการพิจารณาในการดำเนินการสำหรับพิจารณาจัดทำโครงการเพื่อการมีส่วนรวมกับชุมชน สังคม ตามกรอบการดำเนินการด้านความยั่งยืน
กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือสามารถส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้ทราบถึงประเด็นความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปประกอบการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมขององค์กร รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคม รวมถึงสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
1.1) การกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมกับองค์กร แนวทางการระบุและประเมินความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการอาศัยความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน
1.2) ดำเนินการและระบุเพื่อประเมินลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท การสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความสำคัญ รวมทั้งรายงานผลการมีส่วนร่วมของบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียต่อคณะกรรมการ
นโยบายฉบับนี้นำหลักเกณฑ์และกรอบจากเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2566 รวมถึงกรอบนโยบายที่ได้รับจากกลุ่มผู้หุ้นหลักเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะมีการทบทวนโดยคณะกรรมการกำกับการพัฒนาความยั่งยืนเพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงและทบทวนหรือปรับปรุงหากมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
นโยบายนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ทบทวน ครั้งที่ 1) ได้กำหนดไว้เป็นกรอบแนวปฏิบัติ โดยเสนอต่อประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อประกาศและอนุมัติใช้เป็นกรอบนโยบายการพัฒนาด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมต่อไป
นายศรีภพ สารสาส
ประธานคณะกรรมการ
รายละเอียดเอกสารที่จัดทำและการปรับปรุงและการนำเสนอเพื่อทบทวนประจำปี
| ลำดับ | เลขที่เอกสาร | จัดทำในรูปแบบเอกสาร | ว.ด.ป.เสนอที่คณะกรรมการ | เสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบ และสำหรับการดำเนินการทบทวนนโยบายประจำปี |
|---|---|---|---|---|
| 1 | CS20230902 | 20 กันยายน 2566 | 10 พศจิการยน 2566 | ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2566 |
| 2 | CS20230902(Rev01) | 12 ธันวาคม 2567 | 21 กุมภาพันธ์ 2568 | ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 (ทบทวน) |