“เป็นผู้นำด้านการผลิตปูนขาวและแปรรูปแร่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ด้วยการส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าหลัก คือ ปูนขาว หรือ แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide) และแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide บริษัทมีโรงงานผลิต จำนวน 4 โรงงาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี และสระบุรี
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการมีระบบการควบคุมภายในที่ดีและมีความเพียงพอเหมาะสมจะสามารถสร้างเกราะและเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยในการควบคุมกระบวนการในการปฏิบัติงานที่คณะผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานจะร่วมกันเพื่อกำหนดและจัดให้มีการควบคุมที่ดีซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างและนำมาซึ่งความเชื่อมั่นว่าระบบการทำงานภายในองค์กรเป็นไปตามมาตรฐานในระดับที่สมเหตุสมผลว่าการบริหารและการปฏิบัติงานสามารถบรรลุสู่เป้าหมาย โดยการควบคุมภายในถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทราบถึงจุดอ่อนต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้การใช้ทรัพยากรภายในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด คุ้มค่า และให้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และเป็นพื้นฐานในการมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี
เพื่อให้การจัดทำระบบควบคุมภายในดำเนินการเป็นไปสอดคล้องกับมาตรฐานโดยได้ประยุกต์เพื่อปรับใช้กรอบแนวคิดของ The Committee of Sponsoring Organization of the Trade way Commission (COSO) ซึ่งเป็นแนวทางการควบคุมภายในตามมาตรฐานสากลปรับให้เหมาะกับการคุม วิธีการ และระบบการทำงานขององค์กร โดยประยุกต์ 5 หลักการ และ 17 องค์ประกอบ ที่สำคัญ (โดยคู่มือฉบับนี้ปรับใช้และประยุกต์ใช้มาตรฐาน COSO IFIC 2013 เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการวางระบบการควบคุมภายในสำหรับองค์กร)
โดยแต่ละหน่วยงานสามารถประเมินองค์ประกอบใน 5 หลักการ 17 องค์ประกอบ ตามแนวทาง ดังนี้
1.สภาพแวดล้อมการควบคุม
บริษัท รวมถึงกลุ่มบริษัท มีการกำหนดโครงสร้างเพื่อการกำกับดูแลกระบวนการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงของบริษัทบนแนวคิดของหลักปราการ 3 ด่าน (3 Line of Defense) และมีการกำหนดความรับผิดชอบตามสายงานเพื่อเอื้ออำนวยต่อการทำงาน มีการกำหนดนโยบาย และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และจริยธรรม ตลอดจน มีการกำหนดให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญดังนี้
1. การกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทไว้อย่างชัดเจนตลอดจนการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยวางกรอบแนวปฏิบัติในการควบคุมภายในตามหลักพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการ ไว้ดังนี้
2. การกำหนดข้อพึงปฏิบัติที่เกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับชั้นได้นำไปประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องและเหมาะสมโดยประชาสัมพันธ์ในองค์กรและเผยแพร่ผ่านสื่อที่เกี่ยวข้องช่องทางการสื่อสารภายในและเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อได้แจ้งให้พนักงานและบุคคลที่มีส่วนได้เสียได้รับทราบเพื่อปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณอันถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง
3. การจัดโครงสร้างขององค์กรได้แบ่งแยกสายการบังคับบัญชา ตลอดจนการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบในงานไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
4. การจัดทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) และคู่มือปฏิบัติงาน (Manual) ไว้อย่างชัดเจน รวมถึงมีการปรับปรุงทบทวนให้สอดคล้องและรองรับกับนโยบายและกฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติ โดยครอบคลุมในระบบการดำเนินการในเรื่องที่มีความสำคัญอย่างเหมาะสม สามารถใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมให้การปฏิบัติงานได้ประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หรือละเว้นในการปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใด และจัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อยมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลกิจการเพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมาย
5. การจัดการ และจัดให้มีพนักงานรับผิดชอบหน้าที่รวมถึงมีการควบคุมภายใน ตามอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ และมีการอบรมให้พนักงานเข้าใจกลไกที่สำคัญเพื่อผลักดันให้การควบคุมภายในมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบและตระหนักในจุดที่ต้องมีการควบคุมที่สำคัญเพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น
2. การวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง (Risk
6. ในแต่ละกิจกรรมที่สำคัญมีการกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในแต่ละกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความชัดเจนเพียงพอ
7. ในแต่ละกิจกรรมที่สำคัญมีการระบุความเสี่ยง หรือมีการระบุถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลต่อความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ หรือ ผลประกอบการที่สำคัญ โดยมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การกำหนดวิธีบริหารความเสี่ยงของบริษัทโดยวัดเป็น Key Risk Indicators (KRI) เพื่อเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกันความเสี่ยงนั้น ๆ ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
8. การประเมินโอกาสและความเสี่ยงหรือโอกาสเกิดการทุจริตในกิจกรรมที่สำคัญ หรือการวางมาตรการการควบคุมภายในและบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ หรือการวางแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันที่สำคัญไว้เป็นแนวทางปฏิบัติที่มีเป็นลายลักษณ์อักษร
9. การระบุประเมินการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการควบคุมภายใน
3. กิจกรรมการควบคุม
10. มีการกำหนดการจัดการควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ โดยครอบคลุมทั้งกิจกรรมหลักและกิจกรรมอื่น ๆ ที่สำคัญและมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับกระบวนการทำงานหลักของบริษัท โดยกำหนดอำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร
11. มีการคัดเลือกกิจกรรมที่กระทบต่อวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจที่สำคัญและพัฒนากิจกรรมการควบคุมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนต่อการบรรลุต่อวัตถุประสงค์ภายในองค์กร
12. มีการปรับใช้กิจกรรมผ่านการกำหนดนโยบาย (กำหนดสิ่งที่คาดหวัง แผนการทำงาน) การจัดทำงบประมาณ และขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ของกิจกรรมหลัก รวมถึงกิจกรรมที่สำคัญ ตลอดจนการควบคุมงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
4. สารสนเทศและการสื่อสาร
13. มีการกำหนดให้มีระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถดูข้อมูล หรือออกรายงานที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน และการดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนสามารถส่งข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ ให้แก่หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
14. มีการสื่อสารสารสนเทศภายในที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการทำงานของการควบคุมภายใน ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน และความรับผิดชอบต่อการควบคุมภายใน
15. มีการสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องภายนอกในเรื่องที่มีผลกระทบสำคัญต่อการทำงานขององค์ประกอบอื่น ๆ ของการควบคุมภายใน
5. การติดตาม ประเมินผล
16. มีการกำหนดกฎเกณฑ์ในการติดตามและประเมินผลตามช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละกิจกรรมเพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า โดยจัดให้มีการประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน และการพิจารณาความเห็นต่อความเพียงพอของระบบควบคุมภายในโดยคณะกรรมการตรวจสอบ หรือตามความเห็นที่คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาให้ผู้บริหารดำเนินการประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายในก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อประกอบการพิจารณาในการให้ความเห็น
17. ในการประเมินเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับข้อบกพร่องของการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม ประกอบด้วยการสื่อสารในระบบฝ่ายงาน ผู้บริหารดับสูง การรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร การรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและการรายงานคณะกรรมการ เพื่อทราบตามความเหมาะสมของเหตุการณ์ หรือประเด็นข้อบกพร่อง หรือผลกระทบที่เกิด โดยมีแนวทางดังนี้
1. หัวหน้า หรือผู้จัดการฝ่ายในแต่ละหน่วยงาน รวมถึงสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบภายใน เป็นผู้รับผิดชอบควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานประเมินผลการควบคุมภายใน และส่วนงานตามมาตรฐานในการควบคุมเช่น ระบบมาตรฐาน ISO ต่าง ๆ ในเป็นไปตามความรับผิดชอบที่ได้ระบุไว้ตามคู่มือการปฏิบัติงาน, ฝ่ายจัดการและผู้บริหารหน่วยงานร่วมกำกับและติดตามการควบคุมและตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง และรายงานการตรวจสอบต่อฝ่ายบริหาร หากขั้นตอนหรือการควบคุมใดที่เป็นจุดอ่อน ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้พิจารณากำหนดมาตรการควบคุม เพื่อแก้ไขปัญหานั้นอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และผลของรายงานการตรวจสอบดังกล่าว จะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อสอบทานอีกครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัท และการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยมีความเหมาะสมรัดกุมเพียงพอ เพื่อสามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทและหรือบริษัทย่อยจากการนำไปใช้ประโยชน์ โดยไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้
2. หน่วยงานที่ถูกตรวจสอบ หากได้รับคำแนะนำให้แก้ไขการปฏิบัติงานหรือต้องเพิ่มมาตรการการควบคุมให้รัดกุมยิ่งขึ้น ผู้ได้รับการแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระบบควบคุมภายใน หรือผู้ประสานงานกับผู้ตรวจสอบระบบควบคุมภายใน รวมถึงผู้บริหาร และฝ่ายจัดการมีหน้าที่ต้องติดตาม และประเมินผลตลอดจนรายงานผลให้คณะกรรมการบริหาร หรือฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทเพื่อรับทราบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้พิจารณาเพื่อให้ความเห็นต่อความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทว่ามีความเหมาะสมรัดกุมเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
3. ผู้สอบบัญชีจะพิจารณาความเห็นต่อระบบการควบคุมภายในของบริษัทว่ามีความเหมาะสมรัดกุมเพียงพอ และไม่พบข้อบกพร่องใดที่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่อบริษัท หากระบบใดที่ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นที่ควรได้รับการปรับปรุง ฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการติดตามเพื่อดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมจากผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้ตรวจสอบจากภายนอกทั้งนี้โดยมีการประเมินถึงผลความคุ้มค่าของการลงทุนเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย
บริษัทจัดโครงสร้างบทบาทความรับผิดชอบต่อการควบคุมภายในองค์กร โดยใช้หลักการเรื่อง “ Three Lines of Defense” เพื่อกำหนดบทบาทและแบบแผนความรับผิดชอบดำเนินงานตามกรอบการควบคุมภายใน
โครงสร้างการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัทอนุมัติกรอบนโยบายควบคุมภายในและการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงรวมถึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแลรวมถึงสอบทานการดำเนินธุรกิจขององค์กรซึ่งคณะกรรมการชุดย่อยจะมีการปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎบัตรและความรับผิดชอบ สำหรับการดูแลกำกับด้านการควบคุมภายใน คณะกรรมการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกำกับการพัฒนาความยั่งยืน (Risk Management and Sustainability Development Committee : (RM_SD). เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินการเพื่อให้มีการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงและกำกับดูแลด้านการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร และดูแลการดำเนินการตามกระบวนการในระดับฝ่ายงานเพื่อจัดการและควบคุมความเสี่ยงเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในแต่ละสายงาน และกำกับดูแลหน่วยงานปฏิบัติการเพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด คู่มือ มาตรฐานการปฏิบัติ ระเบียบ วิธีการ รวมถึงเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับอย่างครบถ้วนถูกต้อง
ผู้เกี่ยวข้อง :
คณะกรรมการ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
คณะกรรมการตรวจสอบ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
คณะกรรมการบริหาร
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และกำกับการพัฒนาความยั่งยืน
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
กรรมการผู้จัดการ
รองกรรมการผู้จัดการ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
ผู้จัดการฝ่าย/หัวหน้าฝ่าย
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
หัวหน้างานหรือพนักงาน
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
คณะกรรมการชุดย่อยภายในที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่กำกับ หรือร่วมรับผิดชอบตามกลุ่มงานต่าง ๆ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
ผู้ตรวจสอบระบบควบคุมภายในที่คัดเลือกและเห็นชอบโดยจากคณะกรรมการตรวจสอบ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
ผู้ประสานงานระบบควบคุมภายในที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ผู้เกี่ยวข้อง :
ผู้ตรวจสอบที่ตรวจสอบในการออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ
บทบาทและความรักผิดชอบ :
บริษัทที่เป็นผู้ตรวจประเมินในการออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ที่บริษัทมีการใช้เป็นมาตรฐานในระบบงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001 ซึ่งจะมีผู้ตรวจสอบจากภายนอก ในการตรวจประเมินในทุก 3 ปี
ผู้เกี่ยวข้อง :
ผู้สอบบัญชี
บทบาทและความรักผิดชอบ :
สอบทานและตรวจสอบรายการ รายงานทางการเงินและการจัดทำงบการเงิน และประเมินข้อบกพร่องสำหรับกระบวนการควบคุมภายใน และกระบวนการเพื่อสอบทานให้ข้อมูลทางการเงินมีความถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี
ผู้เกี่ยวข้อง :
หน่วยงานเจ้าของประเด็นหรือกิจกรรมสำคัญที่อาจมีจุดเสี่ยง
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ดำเนินการเพื่อควบคุม หรือบ่งชี้จุดควบคุม ติดตามควบคุมเพื่อให้กระบวนการสามารถป้องกัน หรือลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดการความควบคุมภายในและจัดการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ผู้เกี่ยวข้อง :
บุคลากรของบริษัท
บทบาทและความรักผิดชอบ :
ศึกษานโยบายหรือคู่มือที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง และทำความเข้าใจเพื่อนำไปปรับพัฒนากระบวนการทำงานปัจจุบันโดยกรอบแนวทางเพื่อให้การคิด วิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการกับการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และให้มีการตระหนัก และระมัดระวัง รวมถึงมีการประเมินถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกที่เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อประเมินแนวทางควบคุมภายในและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อบริหารจัดการ หรือหาแนวทางป้องกันลดผลกระทบได้อย่างทันท่วงที